2009/Nov/21

Title : By the Rain
Author : misszuppy
Genre : Romantic (?)
Pairing : Yunho x Yoochun
Rating : PG-13



By the Rain


ฟ้าครึ้มอยู่นานแล้วกว่าฝนจะตกลงมา กระนั้นปาร์คยูชอนก็วิ่งหาที่หลบฝนแทบไม่ทันอยู่ดี
.
.
.
.
.
ผมกำลังจะกลับห้อง แต่กลับต้องวิ่งมาหลบฝนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ หลังคาที่ใช้บังฝนสั้นนิดเดียว เมื่อลมพัดฝนจึงสาดเข้ามาต้องตัวผมพอให้รู้สึกหนาวสั่น ผมนึกอิจฉาคนที่มีร่มเสียจริง ให้ตายสิ...

รถเมล์สองสามคันมาจอดรับคนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกับผมไปเรื่อยๆ ผมก็อยากขึ้นรถเมล์กลับห้องเหมือนกันนะ แต่...ผมต้องข้ามถนนไปขึ้นรถอีกฝั่งน่ะสิ ฝนตกหนักขนาดนี้ขืนฝ่าออกไปได้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแน่

ผมเปิดดูถุงใส่ของที่พึ่งซื้อมา เจอแต่พวกเสื้อผ้า ขนม แล้วก็ข้าวกล่องที่ตั้งใจว่าจะซื้อมากินเย็นนี้ แต่แรกผมตั้งใจว่าจะมาซื้อร่ม แต่พอเห็นของกินน่าอร่อยกับเสื้อผ้าแบบที่ชอบ ผมก็ลืมเรื่องร่มไปสนิท มานึกออกก็ตอนที่ติดฝนอยู่นี่แหละ คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ น่าจะเสียงดังด้วย แต่เสียงของผมก็โดนเสียงฟ้าร้องกลบจนมิด ลมพัดละอองฝนเข้ามาอีกระลอก คล้ายจะบอกเป็นนัยว่าผมต้องติดอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่

รถเมล์พาคนอื่นๆไปหมดแล้ว เหลือแต่ผมคนเดียว ผมเบื่อ ผมหงุดหงิด ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องรออยู่ดี

ใครคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหลบฝนตรงที่เดียวกันกับผม ผู้ชายตัวสูงใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ปอนๆเปียกโชกไปทั้งตัว ผมเหลือบมองเขาด้วยหางตา แต่แล้วก็ต้องแปลกใจ ผมว่าผมก็ไม่ได้ยืนใกล้กับเขาเท่าไหร่ แต่ทำไมเขาถึงได้ดูตัวโตนักนะ!

เหมือนหมอนั่นจะรู้ตัว เขาหันมามองผมแล้วก็ยิ้มทั้งปากซีดๆนั่นแหละ ผมเมินหน้าหนี หันกลับไปจดจ่อกับเม็ดฝนข้างหน้าอย่างตั้งใจ ผมไม่ใช่คนชอบสอดรู้นี่นา ถึงอย่างนั้นป้ายรถเมล์นี่ก็แคบนิดเดียว ผมก็เลยมองเห็นอยู่ดี อย่างน้อยก็รู้ว่าเขากำลังทำอะไรล่ะ

นายคนตัวโตพยายามบิดน้ำออกจากเสื้อที่เปียกโชกนั่น ดูแล้วไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย

“เฮ้ย!!” ผมหลุดปากไปเสียงดัง จู่ๆหมอนั่นก็ถอดเสื้อเฉยเลย ผมตกใจจนต้องหันไปมองตาเขียว

“ขอโทษครับ ผมไม่อยากเป็นปอดบวมน่ะ” หมอนั่นพูด ยิ้มแหยให้ผม คนบ้าอะไรแบบนี้นะ ผมหันกลับไปสนใจสายฝนข้างหน้าอีก หมอนั่นบิดเสื้อเปียกๆนั่น ใช้เสื้อเช็ดผม บิดซ้ำอีก สะบัดเสียสองสามครั้ง แล้วสวมไว้เหมือนเดิม

คนสองคนหลบฝนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ ไม่ได้พูดคุยกันอีก

ลมพัดเข้ามาวูบใหญ่ พาเอาละอองฝนเข้ามาด้วย คราวนี้ลมพัดแรงจนรู้สึกหนาว ผมยกมือขึ้นกอดตัวเองทันที ผมตัวไม่เปียกยังหนาวเลย อดนึกถึงคนข้างตัวขึ้นมาไม่ได้ ผมหันไปมอง คิดแล้วไม่ผิด นายตัวโตยืนกอดอก ปากเหมือนจะซีดหนักกว่าเก่า ฟันขาวกระทบกันดังกึกๆ

อืม...จะว่ายังไงดีล่ะ ....สมเพช....คงจะประมาณนั้นล่ะมั้ง ผมเปิดถุงใส่เสื้อผ้า ค้นเอาเสื้อตัวใหญ่ที่สุดมาได้ก็ยื่นไปให้คนข้างๆ สายตายังมองสายฝนนิ่งเหมือนเดิม

“ครับ?” เสียงเขาสั่น คงจะหนาวจริงๆ แต่ทำไมยังทำเหมือนไม่เข้าใจอยู่อีกนะ

“ผมให้ยืม จะไปเมื่อไหร่ก็ค่อยคืนแล้วกัน” ผมเห็นจากหางตาว่าเขาทำตาโตเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แต่แล้วก็ยื่นมือมาคว้าเสื้อตัวนั้นไป

“ขอบคุณครับ” ผมเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เองว่าเสียงเขาน่าฟัง

“ตัวนั้นใหญ่ที่สุดแล้ว คุณน่าจะพอใส่ได้” ผมหันไปหานายนั่น แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง นายตัวสูงกำลังถอดเสื้ออยู่พอดี หมอนี่หุ่นดีเสียจนผมอิจฉา กล้ามท้องงี้ได้รูปสวยเชียว หน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมา คงหน้าแดงแน่ๆแล้ว ผมเผลอมองเขาอยู่พักใหญ่ ก็มันอิจฉานี่นา ผมมีแต่หนังหุ้มกระดูกอ่ะ!

“ดูท่าว่าจะไม่พอดีแล้วล่ะครับ” เสียงพูดของเขาทำให้ผมหลุดจากภวังค์ ผมเห็นเขากำลังยิ้ม เสื้อที่ผมว่าตัวใหญ่แล้ว พอเขาใส่กลับตึงเปรี๊ยะจนน่าขัน เขาหัวเราะขึ้นมาก่อน แล้วผมก็หัวเราะตามไปด้วย

บรรยากาศหนักๆดูจะผ่อนคลายลงไปพอสมควร

“ผมชื่อยุนโฮครับ ชองยุนโฮ ขอทราบชื่อคุณได้ไหมครับ” นายตัวโต อ้อ ยุนโฮถามพร้อมรอยยิ้ม

“อ่าครับ ผมชื่อยูชอนครับ ปาร์คยูชอน” ผมเพิ่งได้มองหน้าเขาชัดๆเดียวนี้เอง หน้าตาหมอนี่หล่อเหมือนเทพบุตร เครื่องหน้าแต่ละส่วนดูเหมาะเจาะงดงามไปหมด หล่อกว่าดาราอีกแน่ะ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากมองเขานานๆเท่าไหร่ ผม...ไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้า ทำตัวไม่ค่อยถูก ผมแกล้งทำเป็นสนใจฝนอีก อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมไม่ประหม่าเท่าการมองหน้าเขา

“ทำไมคุณถึงมาติดฝนอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ” ยุนโฮถาม

“ซื้อของ กลับไม่ทัน ถามทำไม?” ผมถามกลับเสียงเรียบ

“ขอโทษครับที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณ” หัวใจฉันเต้นผิดไปจังหวะหนึ่ง พึ่งนึกได้ว่าเขาคงพยายามชวนผมคุย เลยเผลอทำเขาเสียความรู้สึกไปซะแล้ว ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อจึงได้แต่เงียบ

ฟ้าแลบปลาบ ต่อด้วยเสียงฟ้าร้องครืนๆน่ากลัว ฝนตกหนักขึ้นอีก

“ดูเหมือนว่าผมกับคุณยังต้องติดอยู่ที่นี่อีกนาน” ผมหาเรื่องคุยจนได้ ผมว่าผมเห็นหน้าหล่อเหลานั่นทำเหมือนประหลาดใจแวบหนึ่งแล้วก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มน่ามอง

“นั่นสินะครับ” ยุนโฮเพียงแต่ตอบรับ คงยังขยาดผมอยู่

“ผมไม่ชอบฝนเลย จะไปไหนก็ไม่สะดวก” ผมชวนคุยอีก หวังว่าเขาจะชวนผมคุยต่อเสียที ไม่อย่างนั้นผมก็คงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว

“แต่ผมชอบนะครับ” ......ทั้งที่คุณเปียกฝนขนาดนี้เนี่ยนะ...ผมต่อประโยคให้ในใจ เหมือนเขาจะพอรู้ว่าผมคิดยังไง เขาเลยหัวเราะแล้วพูดต่อไปว่า “เพราะผมชอบเวลาที่เห็นใครต่อใครวิ่งหลบฝน ผมว่ามันชุลมุน น่ารักดี”

“แล้วคุณก็มัวแต่มองจนหลบไม่ทัน” ยุนโฮหัวเราะอีก

“ครับ” เขาตอบรับ ผมหันมาจ้องเขาเต็มๆตา คนอะไรแปลกพิลึก เขามองหน้าผมตอบ ดวงตาคมคู่นั้นพราวระยับคล้ายซ่อนเสียงหัวเราะไว้

เขาชวนผมคุยอีกหลายเรื่อง แต่ก็ระวังไม่ให้ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวผมเกินไป ผมว่าเขายิ้มสวย และเสียงหัวเราะของเขาก็น่าฟังดี

หลบฝนกันอยู่นานจนผมรู้สึกหิว เลยหยิบขนมขึ้นมากิน ยุนโฮก็ท่าทางจะหิว เห็นแล้วก็สงสาร เลยชวนให้กินด้วยกัน



กว่าฝนจะซาจนเกือบหยุดสนิทฟ้า ก็เริ่มมืดแล้ว ผมหยิบมือถือขึ้นมากดดูเวลา หกโมงแล้ว แปลว่าผมติดอยู่ที่นี่มาเกือบสองชั่วโมงแล้วสินะ รู้สึกเหมือนไม่นานเท่าไหร่ เพราะมีเพื่อนคุยล่ะมั้ง

“ผมต้องไปแล้ว ลาก่อนครับ” ผมบอกลาเขาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางสะพานลอยที่อยู่ไกลออกไปพอสมควร

“ยูชอน” เสียงยุนโฮตะโกนตามหลังมา ผมหันกลับไปมอง เขาโบกมือให้พร้อมกับตะโกนมาอีกว่า “ขอบคุณมากนะครับ” ผมหัวเราะก่อนจะเดินต่อไป....จนเมื่อขึ้นรถไปแล้วผมถึงพึ่งนึกได้ว่า ผมลืมทวงเสื้อคืนจากเขา! เสื้อตัวนั้นแพงเสียด้วย โธ่เอ๊ย ทำไมโง่อย่างนี้นะปาร์คยูชอน!

...............................................



ผมว่าตอนนี้ยูชอนคงกำลังหงุดหงิดที่ผมลืมคืนเสื้อให้เขา เปล่าหรอก ผมไม่ได้ลืม อันที่จริงแล้วผมจงใจน่ะครับ ผมแค่อยากหาเหตุผลที่ทำให้ผมมารอพบเขาที่นี่ได้อีกเท่านั้นเอง อย่าหาว่าผมไร้สาระนะครับ! รักแรกพบน่ะ ถ้าคุณไม่เจอกับตัวคุณไม่เข้าใจหรอก

ผมตั้งใจว่าจะเอาเสื้อไปซักรีดอย่างดีแล้วจะเอามาคืนให้ แต่ตอนที่ผมพยายามถอดเสื้อตัวเล็กนั่นออก ผมดันทำเสื้อขาดเสียได้ วันต่อมาผมเลยไปซื้อเสื้อตัวใหม่ให้เขาแทน พอใกล้จะถึงสี่โมงเย็นผมก็ไปรอตรงป้ายรถเมล์ป้ายเดิมที่ผมเจอเขา แต่...เขาก็ไม่มา....

ผมไปรอที่นั่นทุกวันจนจวนจะครบเดือนอยู่แล้วก็ไม่เจอเขา บางครั้งหยาดฝนโปรยปรายลงมาทำให้ผมยิ่งคิดถึงเขามากขึ้นไปอีก

ผมวิ่งมาหลบฝนที่นี่ เจอกับยูชอนที่ทำหน้าเซ็งๆ ตาสวยหันมามองผมแวบหนึ่ง ผมยิ้มแหยตอบกลับไปแล้วเขาก็เบือนหน้าหนี

‘เฮ้ย!!’ ท่าทางตอนที่เขาตกใจที่เห็นผมถอดเสื้อ ผมว่ามันตลกดี

ลมพัดเข้ามาวูบใหญ่ พาเอาละอองฝนเข้ามาด้วย ผมยืนกอดอก ฟันกระทบกันดังกึกๆ เขายื่นเสื้อมาให้ผมยืม ผมคงดูน่าสงสารมากเชียวล่ะ

เขาดูเย็นชา แต่ก็ใจดีนี่นา ผมอยากทำความรู้จักกับเขา แต่... ‘ซื้อของ กลับไม่ทัน ถามทำไม?’ผมคิดว่าผมจะโดนเกลียดเสียแล้ว พักใหญ่กว่าเขาจะชวนผมคุย ยูชอนใจดีจริงๆด้วย

ผมคิดถึง...ใบหน้าเย็นชานั้น
ผมคิดถึง...คนตัวบางๆคนนั้น
ผมคิดถึง...คนที่แสนจะใจดีคนนั้น
ผมคิดถึงเขา...คิดถึงยูชอน

...............................................



ในที่สุดผมก็ได้ซื้อร่มจนได้! คราวนี้จดไว้อย่างดีชนิดที่ไม่มีทางลืมเลยล่ะ ผมเดินออกมานอกห้างสรรพสินค้า ท้องฟ้าวันนี้แจ่มใสมากที่สุดในรอบหนึ่งเดือน ผมหุบยิ้มทันที ตอนผมพกร่มฝนมักจะไม่ตก...

ผมเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ พอเห็นป้ายรถเมล์ก็อดนึกถึงเรื่องเมื่อวันนั้นไม่ได้ เรื่องเสื้อน่ะปลงเสียแล้ว แต่เรื่อง...ยุนโฮ คนตัวโต ยิ้มสวยคนนั้น...ถ้าได้เจอกันอีกก็คงดี

“ยูชอน” เสียงใครบางคนเรียกผม หมอนี่เสียงคล้ายยุนโฮเลยแฮะ

“ยูชอนครับ” เสียงนั้นเรียกซ้ำอีก ผมหันกลับไปมองแล้วก็ต้องตะลึง....จองยุนโฮ

...............................................

ผมวิ่งไปหาเขา อยากบอกเขาว่าผมคิดถึงเขามกแค่ไหน แต่ก็กลัวว่ามันจะเร็วไป เลยเลี่ยงไปพูดว่า

“ผมเอาเสื้อมาคืนคุณครับ” ยูชอนรับถุงนั้นไปเปิดดูแล้วก็ขมวดคิ้ว ผมเลยรีบอธิบายต่อไปว่า

“ผมทำเสื้อคุณขาดเลยซื้อตัวใหม่มาแทนให้ หวังว่าคุณคงไม่โกรธ” คิ้วได้รูปสวยยังขมวดอีก ผมเริ่มใจเสีย หรือตัวที่ผมซื้อมาจะไม่ถูกใจเขานะ

“อย่าบอกนะครับว่าคุณมารอผมที่นี่ทุกวัน”

“อ่ะ เอ่อ เปล่าหรอกครับ บังเอิญน่ะครับ แหะๆ” ผมรีบปฏิเสธทันที ถึงตาสวยๆตอนแกล้งทำเป็นดุจะน่ารักดี แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาคิดว่าผมเป็นพวกโรคจิตหรอกนะ

“มันแพงไปครับ” เขาพูดต่อ

“ครับ?” คำพูดของยูชอนทำให้ผมงง เขาถอนหายใจน้อยๆ หวังว่าคงไม่ใช่เพราะรำคาญผมหรอกนะ

“ผมว่ามันแพงไปครับ ตัวที่คุณทำขาดไปน่ะราคาไม่แพงขนาดนี้เสียหน่อย” ผมค่อยหัวเราะออกมาได้

“ผมอยากให้จริงๆ รับไว้เถอะครับ ถือว่าบวกค่าขนมเข้าไปด้วยก็ได้” คราวนี้ยูชอนหัวเราะบ้าง

“งั้นก็...ขอบคุณนะครับ” พูดเพียงเท่านั้นเขาก็ส่งยิ้มให้ผมก่อนจะเดินจากไป ผมส่งยิ้มตามหลังไปให้ ไม่จำเป็นต้องรั้งเขาไว้...ความในใจของผมอยู่ในถุงใบนั้นหมดแล้ว...

...............................................



ผมรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นเร็ว หน้าก็ร้อนไปหมด ทำไมนะ แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งถึงทำให้ผมใจเต้นได้ขนาดนี้ ถ้าผมยังยืนคุยกับเขาต่อผมต้องเผลอทำอะไรตลกๆออกไปแน่ๆ คิดดังนั้นแล้วเลยรีบเดินหนีออกมา

ผมกลับมาถึงห้องได้ยังไงก็สุดรู้ กลับมาถึงก็นั่งแปะลงบนเตียง มองถุงที่เขาให้มาใบนั้นก่อนจะหยิบเสื้อออกมา ตั้งใจว่าจะลองใส่ดู การ์ดใบเล็กร่วงลงบนพื้น ผมหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าก็ร้อนไปหมด ลายมือบรรจงนั้นเขียนว่า

‘ยูชอนครับ ผมชอบคุณ ...ยุนโฮ’

ผมพลิกการ์ดดูอีกด้าน มีเบอร์โทรศัพท์เขียนไว้เรียบร้อยจนผมหลุดหัวเราะ ผมวางการ์ดไว้บนหัวเตียง ยังไม่คิดจะตอบกลับไป...

...............................................


หลายวันต่อมา วันที่ฝนตกโปรยปรายริมหน้าต่าง เสียงมือถือยุนโฮร้องเพลงให้กดรับข้อความ ชายหนุ่มเปิดข้อความดูเพื่อจะพบกับคำว่า....

ผมคิดว่า ผมก็อาจจะชอบคุณครับ......ยูชอน’

ความรักของคนสองคนคงจะดำเนินต่อไป...นับจากวันที่ฝนพร่างพราย...




~END~


Talk...

แต่งอะไรออกปาย -///- เหอๆๆ ไม่ได้แต่งฟิคนาน รู้สึกว่าเขียนได้ไม่ค่อยลื่นไหลเท่าไหร่ แหะๆๆ
น้อมรับทุกคำติชมค่ะ

 ปล. อันฟอร์ล่ะ? ยังเขียนอยู่นะคะ แม้จะช้ามากๆก็ตาม TTvTT

ด้วยรัก...misszuppy